ไม่ได้ดูหนังมาเกือบสามเดือนแล้วมั๊งเนี่ย??

ก่อนอื่นเลยต้องขอประกาศก่อน นักแสดงคนนี้เป็นนักแสดงในดวงใจของเรามากๆ

VIGGO MORTENSEN (ในที่นี้ ไอ้มาสะ จะเรียก "ป๋า")

คุ้นชื่อกันบ้างไหม? เอาแบบเด่นๆที่น่าจะรู้จักกัน ก็คง Aragorn ใน The Lord of the Rings

.. ..

เมื่อวันก่อนเดินผ่านหน้าร้านเช่าซีดี เห็นแว๊บๆ ว่า woodstock มันมีให้เช่า เราเลยว่าจะไปเอามาดูซะหน่อย ตอนกลับบ้านแวะร้าน tsutaya แถวบ้าน

ตาดันเหลือบไปเห็นดวงตาที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกเข้า !!!

ชื่อเรื่อง THE ROAD ไอ้มาสะก็เอาแล้ว.. เรื่องนี้ไม่เคยดู ไม่เคยได้ยิน (ไปอยู่ไหนมา?)

แต่ดวงตาคุ้นๆมาก เดินเข้าไปก็.. อร๊ายยยยยยยยยยยยห์ ป๋าวิก~

เช่ามาสองเรื่อง คือเรื่อง "The Road" กับ "เฉือน" แต่เราดี๊ด๊ากับป๋า มากกว่าเป้อยู่แล้ว

(ไม่มี woodstock?)

เรื่องนี้ป๋าดราม่ามาก ^^' (แต่ไงป๋าก็เก่ง ป๋าหล่อ ป๋าเท่ห์โคตรๆ ได้ใจหนูไปเลยค่ะ จุ๊บๆ)

จะ spoil ไหมอ่ะ? แต่ว่า หนังมันดูยากนิด คือถ้าไม่ลึกซึ้งกันจริงๆอาจงงได้ ว่าหนังสื่ออะไร?

(แล้วเราก็.. นั่งร้องไห้อ่ะ อีกแล้ว Y_Y~)

   จากนิยายขายดีที่ชนะรางวัลพูลิทเซอร์ของคอร์แมค แมคคาร์ธีย์ (cormac mccarthy) ผู้ประพันธ์ NO COUNTRY FOR OLD MEN สู่ภาพยนตร์สุดประทับใจ ที่นำแสดงโดย วิกโก มอร์เทนเซ่น, ชาร์ลิซ เธอรอน, โรเบิร์ต ดูวัลล์, กาย เพียร์ซ และนักแสดงดาวรุ่ง โคดี้ สมิท-แมคฟี ในเรื่องราวแห่งการเอาชีวิตรอดของพ่อ และลูกชาย พวกเขาต้องเดินทางข้ามประเทศอเมริกาที่ถูกทำลายยับเยินโดยมหันตภัยลึกลับ The Road นำเสนอภาพจินตนาการของโลกอนาคต ที่มนุษย์ถูกผลักดันให้ไปสู่จุดที่เลวร้ายที่สุด และสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตรอดต่อไปได้คือความรัก

"ย่อๆ" (ส่วนหนึ่งเอามาจากเวป kapook ค่ะ)

เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้วที่โลกถูกทำลายย่อยยับโดยอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครบอกได้ มันอาจเป็นระเบิดปรมาณู หรือการปะทะกันระหว่างโลกกับดาวดวงอื่นในจักรวาล หรืออาจเป็นการระเบิดของดวงอาทิตย์ ที่ส่งผลให้ดวงดาวข้างเคียงเสียหายไปด้วย วันหนึ่งได้เกิดแสงสว่างวูบใหญ่ และทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไป ไม่มีต้นไม้ใบหญ้า ไม่มีอาหาร ไม่มีพลังงาน ผู้คนนับล้าน ๆ เสียชีวิตทันทีด้วยเปลวไฟแผดเผาและน้ำท่วม ส่วนที่เหลือก็ตายอย่างช้าๆ จากความอดอยากหลังจากพลังงานสูญสิ้นไป

          ชายหนุ่ม (วิกโก มอร์เทนเซ่น) และ เด็กชาย (โคดี้ สมิท-แมคฟี) คือ "โลกทั้งหมดของกันและกัน" อย่างที่แมคคาร์ธีย์บรรยายไว้ในนิยายของเขา กำลังก้าวย่ำไปพร้อมสิ่งของมีค่าของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, เสื้อผ้า หรือของกระจุกกระจิกอย่างเครื่องมือต่าง ๆ , ถุงพลาสติก, ผ้าใบ, ผ้าห่ม และอะไรก็ได้ที่ช่วยทำให้ทั้งสองรู้สึกอบอุ่นขณะอยู่ในพื้นที่โล่งอันเย็นยะเยือก บนหลังของพวกเขาและในรถเข็นมีกระจกรถจักรยานติดอยู่ เพื่อช่วยให้มองเห็นว่ามีใครตามหลังมาหรือไม่ สิ่งของไร้ค่าเหล่านี้รวมกับเนื้อตัวที่สกปรกมอมแมม ทำให้สารรูปของทั้งคู่ดูเหมือนคนเร่ร่อนอนาถา แต่นี่คือตัวตนของพวกเขา ตัวตนของคนทุกคนที่อยู่ในดินแดนอันแห้งแล้งไร้ชีวิตเช่นนี้

          ทั้งสองก้าวไปบนเส้นทางซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นถนนสายหลักของอเมริกาที่มุ่งหน้าสู่มหาสมุทร พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในป่า หรือที่ใดก็ตามซึ่งเห็นว่าปลอดภัยจากกลุ่มคนที่จะมาแย่งชิงทรัพย์สินของเขาไป คนพวกนั้นคือแก๊งข้างถนนที่เป็นทั้งนักล่าและนักกินไม่เลือก บ้างเป็นพวกมนุษย์กินคนผู้เก็บอาหารที่ทำจากเนื้อมนุษย์ไว้ในบ้านหลังใหญ่บนเขา แต่ทั้งหมดล้วนมีพฤติกรรมไม่ต่างจากโจรร้าย

          แม้แต่ในจักรวาลอันหนาวเหน็บเช่นนี้ ก็ยังมีช่วงเวลาแห่งความสุข เป็นบางโอกาสที่สองพ่อลูกได้เจออาหารที่ถูกหลงลืมไว้ในตู้ หรือถูกซ่อนไว้ในเพิงที่พักบางแห่ง ชายหนุ่มพบโค้กกระป๋องหนึ่งตกค้างอยู่ในตู้ขายน้ำอัดลม เขามอบมันให้ลูกชาย ผู้ไม่เคยลิ้มรสความหวานซาบซ่านของน้ำชนิดนี้มาก่อน และเมื่อพวกเขาพบน้ำตกที่มีน้ำใสสะอาด ทั้งสองก็กระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ ที่จะได้เวลาชำระล้างความสกปรกเสียที

          เมื่อชายหนุ่มย้อนกลับไปคิดถึงชีวิตของตนเอง ในตอนที่เขาอยู่กับภรรยา (ชาร์ลิซ เธอรอน) ก่อนเหตุการณ์หายนะจะเกิดขึ้น ความทรงจำที่หอมหวานตอนนั้น และตอนที่เขายังเป็นเด็ก เปรียบเสมือนไฟดวงเล็ก ๆ ที่สว่างไสวในความมืด ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงให้เขามีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อปกป้องลูกชายจากอันตรายทั้งปวง

          The Road เป็นทั้งภาพยนตร์ผจญภัย, ภาพยนตร์สยองขวัญ และภาพยนตร์รักประทับใจระหว่างพ่อกับลูก และสามีกับภรรยา มันจะปลุกสัญชาตญาณแห่งความทรหดอดทนของมนุษย์ และทดสอบพวกเขาในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด ด้วยสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขามี

         
สำหรับพ่อแม่ทุกคนที่มีลูก และสำหรับลูก ๆ ทุกคน The Road จะนำคุณเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ ด้วยเรื่องราวของผู้รอดชีวิต ที่อาจเป็นวีรบุรุษผู้ถือคบไฟมาจุดความหวังให้แก่คนทั้งมวล


ตอนแรกที่ดู ยอมรับว่า "งง" กับเนื้อหาพอสมควร เพราะมันไปเรื่อยๆ เหมือนเราเดินอยู่ในป่า ที่มีอันตรายซ่อนอยู่เงียบๆทุกที่? ไม่รู้เลย ว่าจะโชคดีเจออาหาร หรือโชคร้าย ต้องกลายเป็นอาหารซะเอง

เราชอบความสัมพันธุ์และความรักของพ่อลูกคู่นี้ และความดิ้นรนซึ่งความอยู่รอด ที่มีตลอดทั้งเรื่อง

สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจมากมาย ..แม้ต้องถีบตัวเองให้พ้นจากอันตรายที่จะต้องพบเจอข้างหน้า แต่พ่อสอนเสมอ ว่าลูกจะต้องเป็น "คนดี"..  แม้เราต้องอดตาย เราก็จะไม่กินมนุษย์ด้วยกัน

(สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ มนุษย์กำลังห้ำหั่นกัน เพื่อความ"อยู่สบาย"ของคนไม่กี่คน.. "เลว!!!")

ต่อจากนี้ เป็นภาพที่แคปมาจากหนัง (ส่วนใหญ่เป็นรูปป๋า??? 5555+)

 

มานั่งสังเกตุเล่นๆ ทำไมหนังที่ป๋าเล่นแต่ละเรื่อง มักต้องสกปรก? (ขนาด LOTR ป๋าเป็นกษัตริย์ แถมเป็นพระเอก ก็ยังไม่วายเป็นไอ้พเนจรก่อน?) เพราะทางทีมคัดนักแสดงเห็นความซกมกของป๋ามาตั้งแต่ต้นใช่ไหม? กร๊ากกกก~

ป๋าเหมาะกับบทถึกๆเถื่อนๆ และที่สำคัญ ตอนจบป๋ามักไม่เด่น แม้ป๋าจะเป็นพระเอกค่ะ 555+

ป๋าเก่งอ่ะ เป็นนักแสดงที่มีความสามารถสูง (เรารวมด้านกวี กับศิลปะต่างๆที่ป๋าทำ)

หลงรักดวงตาคู่นั้น+คางตูด(คางแฝด)ของป๋าด้วยนะคะ ^3^

อัพหนังป๋าไปด้วย ฟังเพลงนังหนูไปด้วย เป็นครอบครัวดีจังเลย ^3^ พ่อ-แม่-ลูกนะคะ

ฮริ๊ววววววว~ (หลั่นล้าออกจากเอนทรี่ไปนอนดีกว่า)

 

[trip] แอ่วเจียงฮายเจ้า~ ..^^..

posted on 15 Mar 2010 23:27 by dreizehn  in Diary

ปล่อยออกมาตั้งแต่วันที่ 10 มีนา ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไปฉกมาอีกที จากยูทูบ ^^~ (อีกไม่กี่วัน ของก็จะมาถึงมือเราแล้ววว~ เย้)

 

ไปแอ่วเหนือมา.. "เชียงราย" : 12-14 March 2010

รูปเยอะนะ บอกไว้ก่อน 555+ (แต่โหลดไม่โหดหรอกเน่อ~)

ออกจากบ้านไปทำงาน และออกจากออฟฟิศเพื่อไปเชียงราย ตอนเย็นย่ำ..

วันที่ 12 มีนาคม : ข่าวเสื้อแดงรบกับรัฐบาล ก็หลับหูหลับตาสู้กันต่อไป แต่ไอ้มาสะ กำลังจะหนีแล้ววว 555+

ไปถึงเชียงรายตอนสี่ทุ่มกว่าๆ เอาของไปเก็บที่ห้องพัก แล้วออกท่องราตรี (ปกติเป็นคนไม่เที่ยวไหนเท่าไหร่ แต่ไหนๆก็ไหนๆ เลยออกไปดูอะไรๆตอนกลางคืนซะหน่อย)

ไปเดินเล่นที่ night bazaar : เหมารถออกไปที่ตลาดไนท์บาซาร์ 200 บาท (เจ้าของโรงแรม ยังบอกว่าแพง) แต่เราไม่มีตัวเลือก เพราะเพิ่งมาถึง ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว และอยากถีบไอ้คนขับมาก กวนบาทาดีจัง?

ไปถึงตอนเค้าเริ่มเก็บของกันแล้ว แต่ก็เตร็ดเตร่ดูของกันได้ซักพัก ก็ไปเจองานทำมือ เราชอบของพวกนี้อ่ะ เลยจอดกันอยู่นานเหมือนกัน .. ได้เจ้านี่มา  น่ารักดี เป็นกระเป๋าเงินเพ้นท์ ใบละ 59 บาท ตั้งใจซื้อมาเป็นของฝาก (แต่บอกราคาด้วย? / ก็เราไม่ถืออะ เพราะคิดว่าสนิทกันแล้ว เราให้ด้วยใจ ไม่ได้คิดอะไรอ่ะ ^^')

 

(คนที่ได้รับไป ก็อย่าเพิ่งลำบากใจ ว่าไอ้นี่มันช่างเลือกลายมาให้ได้อุบาทว์ได้อีก)

เราไปเล่นป่วนร้านทำพวงกุญแจหนังเทียม ที่ใช้อะคริลิคเพ้นท์มาด้วย (แต่ไม่ได้ถ่ายมา) ด้านนึงเขียนว่า "VAAMPS" และอีกด้าน เขียนว่า "L'Arc~en~ciel" (ขอเค้าเขียนเอง)

ออกจากตรงนั้นมาได้ ก็ไปเซเว่น : เราชอบมาก พนักงานเซเว่นใส่ชุดแบบชาวเหนืออ่ะ น่ารักจังเลย ^^~

จากนั้นกลับห้องพัก ไปกินๆๆ+ดูข่าว .. แล้วเข้านอนตอนเกือบตีสาม (ขนาดไปเที่ยว? ไม่ได้ต่างจากอยู่บ้านเลย?)

วันที่ 13 มีนาคม : นัดรถที่เหมาไว้ มารับตอนแปดโมงเช้า

ที่แรกที่เราไป คือดอยตุง (สถานที่ยอดฮิต ที่ไม่ว่าใคร ก็ต้องไป เมื่อไปที่นั่น) เราเคยไปแล้วครั้งนึง ตอน ม.5 มั๊ง

 

ทายดิ ว่าคนไหนเรา?

เป็นนางแบบกันแบบสุดๆ เพราะแฟนของอุ้ย(เสื้อน้ำเงิน)เป็นตากล้อง ปกติเราจะเป็นคนถ่าย แต่ในเมื่อทริปนี้ มีผู้ชายตัวจริงไป เราเลยสบายเลย ฮ่าฮ่าฮ่า~

ขอเมาท์ค่ะ ผ้าพันคอที่ใช้ ไม่ได้เป็นฝ่ายสีแดงแต่อย่างใด? แต่ว่า มันเป็นผ้าพันคอ VAMPS goods ที่ซื้อมาราคาแพงโฮก Y_Y~ เพราะอยากได้มาก เลยเอามาใช้ทริปนี้ด้วย อยู่ในตู้คงไม่ทำให้รักมันมากขึ้น?

มีรูปเยอะมากนะ แต่รู้ว่าคงไม่ได้อยากดูกันเท่าไหร่หรอก? (มีสามกล้องแน่ะ!!)

จากนั้น เราหาทางออกจาก สวนแม่ฟ้าหลวง เพื่อขึ้นพระราชตำหนัก ดอยตุง แต่ออกผิดทาง เลยปีนเขาขึ้นไปกัน พอขึ้นไปได้ ทุกคนที่นั่นตกอกตกใจ ว่ามาได้ไง มาจากทางไหน? แถมยังมีคนนุ่งสั้นมากๆอีก (ปกติ ถ้าใส่กางเกงขาสั้นมา จะต้องใส่กางเกงเลขายาวทับ) เราไม่รู้ทำไง รู้ว่าผิด แต่ก็หัวเราะคิกคักๆ (ก็จะให้ทำไงอ่ะ?) ค่ะๆๆๆๆกับเค้า ขอโทษเค้า ว่าเราไม่รู้ แล้วก็เดินออก ^^'

จากนั้นให้รถมารับไปแม่สาย และข้ามไปฝั่งพม่า (จังหวัดท่าขี้เหล็ก : ไปด้วยตุ๊กตุ๊ก 40บาท ไป-กลับ ต่อคน/ไม่แพง)

หลักกิโลเมตร เราห่างจาก กทม.มา 891 กิโลเมตร

หน้าด่าน(ค่าประทับตราด่านตรวจคนเข้าเมือง 30 บาท)

ตุ๊กตุ๊กที่พม่า ราคาไม่แพง

พม่ามุมกว้าง ถ่ายจากพระธาตุชเวดากอง

ที่พระธาตุชเวดากอง

ออกมาช้อปปิ้งต่อ ก่อนไปต่อที่สามเหลี่ยมทองคำ ของขายเยอะ เราก็ได้ของมาเยอะ ^^'

สามเหลี่ยมทองคำกันต่อ

พี่คนกลาง เป็นคนขับ vios พาเราๆเที่ยว

ไอ้มาสะเป็นมุสลิม แต่ถ่ายคู่พระพุทธรูปเยอะเลย รอบนี้.. ^^'

อากาศดีอ่ะ .. ชอบ

 

-___-'' ถ่ายกับพระอีกแล้ววววว~

 

ตรงนี้สวยมากๆอ่ะ

จากนั้นไป "ถนนคนเดิน"

 

หอนาฬิกา จะมีการแสดงไฟ(สวยมาก)ทุกเย็น.. เป็นศิลปกรรม ฝีมือเจ้าเก่า "อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์"

มีของขายเยอะมาก~ เราเพิ่งตระหนัก ว่าที่ถนนคนเดินนี่ งาน handmade เยอะมากๆ (ชอบบบบบบบ) แล้วก็ได้เห็นคำเมืองแปลกๆ ที่เขียนบนเสื้อ (แปลไม่ออก) ของกินแปลกๆที่เรากินไม่ได้ เพราะเป็นหมูซะส่วนใหญ่..

 

มีรำวงด้วย

ได้เสื้อคอกระเช้า กำไลข้อเท้า แล้วก็รองเท้า มาให้เจ้ากัสมี่.. น่าร๊ากกกก~

รูปที่มีคน(ด้านบน) ส่วนใหญ่เป็นกล้องพี่เยฟ (แฟนอุ้ย) และ รูปที่มีแต่วิว จะเป็นของกล้องเราเอง

ด้านล่างนี่ ฝีมือเรา :: ^^~

ชอบต้นโคมนี้มากๆ สวย~

โอ๋(เสื้อลาย) ซื้อโคมมาปล่อย.. เค้าชอบใจใหญ่ ^^

วันที่ 14 มีนาคม : ออก 9 โมง ไปพระธาตุดอยตุง (งงดิ? ทำไมถึงย้อนไปอีก ทั้งที่วันก่อนก็ผ่านไปแถวนั้นแล้ว? เพราะเจ้าโอ๋เค้าเกิดปีกุน และมีความเชื่อว่าต้องไหว้พระธาตุดอยตุง เลยกลับขึ้นไปอีกครั้งจ้ะ)

สามสาวใส่เสื้อเหมือนกัน คนละสี

ตรู .. ถ่ายกับพระธาตุ(อีกแล้ว) -___-''

อันนี้เราถ่ายตอนเดินลงจากพระธาตุ ระฆังเหง่งหง่างตลอดทาง

จุดชมวิว ที่มีแต่ควัน(ตามข่าวนั่นแหละ) หมดสวยเลย

วันที่สอง รถของเราๆ คือคันนี้ (แจ่มมาก)

ออกจากตรงนั้นได้ เราก็ไปกินข้าวกัน แล้วก็ไปต่อที่ "วัดร่องขุ่น" เป็น the must ของที่นี่ ผลงาน อ.เฉลิมชัยอีกแล้วจ้ะ

ดูเหมือนมัวๆ แต่ของจริงผ่องมาก

หลอนได้อีก (แต่เราเฉยๆ)

ตรงทางเดินออก (เราไม่ได้เข้าข้างใน)

จากด้านหลัง

ไอเดียห้ามเหล้า

ไอเดียห้ามบุหรี่ สังเกตุดีๆ เป็นรูปมือ ถือบุหรี่นะ 

ไปยืนเก๊กเล่นๆข้าง stand อ.เฉลิมชัย

แต่ซักพักนึง ตัวจริงก็เดินออกมา 555+ เขินเลย~

 ไปต่อกันที่ วัด(พระ)แก้ว : และจากนั้นก็ไปบ้านรวมมิตร (บ้านกะเหรี่ยง ขี่ช้าง)

 

นั่งเอาขาแช่น้ำ เย็นๆ สบายๆ ^^~ (แม่น้ำกก)

ตากล้อง ที่นานๆจะมีรูปกะเค้ามั่ง

ออกจากตรงนี้ได้ ก็ไปนั่งเล่นต่อที่รีสอร์ท ที่ที่เราเหมารถเค้าเอาไว้ พี่เค้าน่ารักมากเลยล่ะ บ้านก็น่ารักสุดๆๆ เรานั่งเล่น รอเวลากลับแอร์พอร์ต

ปิดท้ายด้วยภาพตอนอยู่บนเครื่อง (กลับบ้านแล้วววว~) ถูกพี่เยฟแอบถ่ายเอาไว้ มาสะหมดสภาพมากๆ 55555+ (ดีนะ มีหมวกบังไว้ ^^')

 

โอ้วววววววว์ เยอะมาก~ (รวมสามกล้อง ประมาณเกือบพันรูป) มาสะบ้าพลัง... ไปนอนดีกว่า

ปล. 1 น้องไก่.. พี่อยากเจอหนูมากอ่ะ มีของไปฝากด้วย เลยอดเจอเลยน่อ ~

ปล. 2 หว้า.. เราจะส่งของไปให้ พร้อมแผ่นนะ ตอนนี้แผ่นหมด ^^' อยากส่งใจจะขาดแล้วววว~  หลังจากดูเสร็จ ก็มาบอกเราด้วยนะ ว่า Quiz ที่มันถาม มันถามว่าอะไรมั่ง เรานั่งดูฮาๆ แบบรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง กะว่าเดี๋ยวรอหว้ามาเล่า แล้วเราจะมานั่งดูใหม่อีกรอบ (ขนาดไมรู้รู้เรื่อง ยังขำซะ.. ถ้ารู้เรื่องคงฮากระจายยยย) .. ความหวังของเราอยู่ที่หว้านะ ^^' (มาตอบเราที่เมลล์ก็ได้นะ ด้วยความยินดี 555+)

ปล. 3 น้องหมิว.. พี่ส่ง postcard หาหนูด้วย ได้แล้วแวะมาบอกพี่ด้วยนะจ๊ะ

ปล. 4 น้องมายล์.. พี่ชอบน้องพรีมอ่ะ.. น่ารักมากกกกก (พี่ชอบกินเด็กค่ะ /กร๊ากกกก~)

ปล. 5 สำหรับทุกคน คิดเองว่าไม่น่าจะโหลดนาน.. แต่ถ้ามันโหด ก็ขออภัย ~