เอาแบบไม่ต้องเกริ่นเลยนะ..

 

ส่วนตัวแล้ว เรามองว่าการให้การบ้านมันคือการให้เด็กได้ทบทวน และฝึกความรับผิดชอบ..

 

แต่เข้าใจมั๊ยว่าครูอาจารย์บางคนเค้าให้แบบ ไม่ได้มองว่าเด็กคนนึงไม่ได้เรียนวิชาเดียว..

 

ตัวเราเอง ตอนเรียนมัธยม (ช่วงระดับนั้นวีรกรรมเยอะ)

ถึงจะไม่ใช่เด็กเกเร และค่อนข้างเป็นที่เชื่อใจของอาจารย์หลายคน

แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ โดดเรียนเป็นนะ.. แล้วไอ้เรื่องการบ้านนี่เราโยนทิ้งเลยด้วย

(ไม่นับเรื่องเกรียนอาจารย์ ที่มีทุกปี แบบไม่ค่อยแยแสใครเท่าไหร่.. เกรียนตั้งแต่เด็ก) 

 

การบ้านวิชาไหนที่ไม่ทำ คือไม่ทำจริงๆอะ

ไม่ใช่ไม่ทำทุกวิชา แต่ถ้ารู้สึกว่า ของคนนี้ไม่อยากทำ ไม่ชอบ

พอถึงเวลาตรวจสมุด ตอบแบบไม่คิดเลย "สมุดหายค่ะ" ไม่ตามให้ใหม่ด้วย จบ!

 

เพราะเอาเข้าจริง สมุดการบ้านไม่ได้มีส่วนกับเรื่องคะแนนสอบ(ของเรา)เท่าไหร่

ก็ทำข้อสอบได้อะ แล้วการบ้านนี่จะทำไมเหรอ? (คิดแบบนี้จริงๆนะ) 

(ตอนนี้เลยต้องมานั่งสำนึก ว่าถ้าขยัน และเกรียนน้อยกว่านี้ จะเจริญกว่านี้มากกกกกกกกกก)

 

อันนี้เป็นความเกรียนส่วนตัว..

 

แต่บางทีอยากให้คนเป็นครู อาจารย์ ก็คิดนิดนึงเหอะวะ

 

เด็กมันก็ต้องมีเวลาส่วนตัวป่ะ

(ไม่เกี่ยวกับเรื่องแก่แดดแก่ลมริรักในวัยเรียน)

วัยเด็กนี่วัยสนุกสนาน เรียนรู้โลกกว้างไปพร้อมตำรานะ (แบบฝรั่งอะเฮ่ย รู้จักมะ)

 

บางที เรามีกิจกรรม ซึ่งก็เป็นกิจกรรมของโรงเรียน เอาชื่อเสียงมาให้โรงเรียน

มาลากมาถูเราไป แต่สุดท้ายก็ต้องมาล่าการบ้านส่ง มันก็ผิดวิสัยป่ะ?

เด็กบางคนต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน มีภาระทางบ้าน ไหนจะรถติดกว่าจะถึงบ้านก็เหนื่อยจะตาย

 

เค้าลดนะ "ลด" ไม่ใช่ "งด" ผู้ใหญ่บางคนก็อย่ามาบ้าจี้ด่าแต่เด็กเลย

 

ตอนคุณเป็นเด็ก.. คุณขยันแค่ไหนกัน?

เพราะแม้แต่เรื่องทั่วๆไปที่ไม่ใช่ในห้องเรียน ก็ยังต้องใช้ไหวพริบมากกว่าทฤษฏี และทฤษฎีก็ใช้ไม่ได้ในโลกความจริง (บางเรื่อง) 
#อย่าแก่วิชาการกันนักเลยคุณผู้ใหญ่ขา ใช้หัวใจมองโลกกันบ้างงงงงงงง

Comment

Comment:

Tweet