Diary

วันสุดท้ายแล้ว.. ปีนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะจัง 
รู้สึกเป็นปีที่ชีวิตหมุนเร็วมาก ตามตัวเองไม่ทัน 

เปลี่ยนงานสองครั้ง 
ครั้งแรกเปลี่ยนออกไปลองโปรเจคต์ใหญ่ เงินเดือนเยอะ (ไม่เวิร์ค มีดีแค่เงินเดือน แต่เนื้องานธรรมดามาก ไม่มีโอกาสโต แน่นอน) 
>> กลับไปทำที่เดิม ด้วยตำแหน่งใหม่ 

ครั้งสองมีปัญหากับความเข้าใจใน scope ตำแหน่งใหม่ (ไม่รู้นี่เข้าใจผิดเอง หรือเจ้านายเข้าใจผิด ให้งานมาเกิน scope เยอะจุง)
>> ออกมาหางานใหม่ (แต่ก็ยังทำโปรเจคต์เล็กๆต่อให้จนสิ้นปี.. ว่าง 5555+)

เริ่มงานใหม่ หลังปีใหม่ ด้วยสาขางานแบบใหม่(อีกแล้ว เป็นคนประเภทนี้ เปลี่ยนงานแต่ละที ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งท่เคยทำเลยยยยยยย ไม่ตรงกับที่เรียนมาด้วย.. มั่นใจ แฮร่ Foot in mouth)

แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะดีจะร้าย อะไรต่างๆก็ทำให้โตขึ้น (ในมุมความคิดของตัวเอง)

เรื่องแย่ๆคือต้องเสียใจที่ต้องแยกจากน้องในทีม และคุณหัวหน้า ถึง 2 ครั้ง
เรื่องแย่ๆคือน้องในทีมคนหนึ่ง ถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส (แต่เรื่องดีคือน้องหายดีแล้ว)
เรื่องแย่ๆคือการต้องเริ่มต้นใหม่ในปีเดียวกัน ถึง 3 ครั้ง.. มันเหนื่อยหัวใจ
เรื่องแย่ๆคือการเป็นหัวหน้าทีมแล้วถูกเข้าใจผิดจากลูกทีมอื่น ถูกเสียดสี ในเรื่องไม่จริงหลายเรื่อง.. 

คงไม่บอกตัวเองให้ลืมเรื่องแย่ๆที่ผ่านไป..
ในความแย่นั้นก็เป็นบทเรียนให้ระลึกถึง ให้ระมัดระวังตัวเอง และระแวดระวังคนอื่นมากขึ้น

ขอบคุณใครก็ตามที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตดีๆ
มันไม่สวยหรูหรอก.. 
แค่การมีคนรอบตัวดีๆ มีเพื่อนมีพี่น้องที่รักและเป็นห่วงเราอยู่จริงๆ มันเรียกได้เต็มปาก ว่าชีวิตสมบูรณ์แล้ว

ปีหน้าก็จะยังเป็นคนเดิม เรายังเกรียนอยู่นะ คอนเฟิร์ม Kiss 

 

คุยกับพี่สาวคนหนึ่งเรื่องแนวคิดของเรา ที่ไม่ศรัทธาในเรื่องระดับขั้นของวงจรมนุษย์ (เด็ก-ผู้ใหญ่-นักเรียน-ครู-จน-รวย-ลูกน้อง-หัวหน้า ฯลฯ ออกตัวว่าไม่เกี่ยวกับศาสนา นี่มีอคติอยู่เอง ไม่ชอบการใช้อำนาจควบคุมความคิด)


ps1. ไม่ใช่ไม่เคารพใครนะ แต่เลือกเคารพในผู้มีเหตุและผลเป็นที่เข้าใจได้ ไม่ใช่เอะอะข่ม ประมาณ 'รู้ด้วยว่าชั้นเป็นใคร/ใครอนุญาตให้พูด' ..เกลียดหนัก


ps2. ไม่นับกรณีการทำงาน โดยเฉพาะกับลูกค้า เพราะเข้าใจดีว่าผลลบที่ตามมาจะไม่ได้ลงที่ตัวเองแต่เป็นองค์กร (เกรียนแบบมีวิจารณญาน)

สองครั้ง(ตลอดชีวิตจนตอนนี้) ที่เราถูกตีตรา ว่า 'ไม่โต/ไม่เป็นผู้ใหญ่พอ' เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองต่อหน้าผู้มีอำนาจเหนือกว่าได้..

แปลกดี.. ทั้งที่ไม่ว่าเราจะอารมณ์ดีหรือไม่แค่ไหน การแสดงออกถึงการต่อต้านของเรา มันจะเท่ากันเสมอ
มีเพียงผู้มีอำนาจเท่านั้น ที่คิดเองเออเอง ว่าเราควรเคารพ(ทั้งที่บางเรื่องก็ไม่ควร)

พี่สาวคนนั้นบอกว่า

"ก็ผู้ใหญ่เค้าคิดแบบนั้น เราฝืนสิ่งที่เค้าเป็นไม่ได้
เราฝืนวัฒนธรรมบ้านเราไม่ได้ ระบบบ้านเมืองเรามีระดับชั้น.."

ไม่ใช่ไม่เข้าใจนะ..
แต่

ผู้ใหญ่คะ เราควรพบกันครึ่งทางไหม
"ก็เด็กเค้าคิดแบบนั้น เราฝืนสิ่งที่เค้าเป็นไม่ได้
เด็กดื้อนี่เรื่องธรรมดา ผู้ใหญ่ดื้อนี่เข้าใจยากกว่ามาก"